การเรียนต่อปริญญาเอกในต่างประเทศนั้น เริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้นจากนักศึกษาที่เพิ่งจบปริญญาโทหรือผู้กำลังทำงาน แต่เดิมมาผู้ที่สนใจเรียนต่อระดับปริญญาเอกจะเป็นข้าราชการ และอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ได้รับทุนการศึกษาของภาครัฐ เนื่องจากปัจจุบันนี้ หน่วยงานภาคเอกชนเริ่มให้ความสนใจในการว่าจ้างผู้ที่จบดุษฎีบัณฑิต หรือดอกเตอร์มาเป็นที่ปรึกษาขององค์กร โดยให้ค่าตอบแทนสูง และผู้ที่เรียนจบปริญญาเอกเองก็สามารถเป็นอาจารย์พิเศษ รับสอนตามมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ด้วยเหตุนี้ ทำให้การเรียนปริญญาเอกได้รับความสนใจมากขึ้น ผู้ที่สนใจจึงถามถึงกันมากเรื่องค่าใช้จ่าย การสมัครเรียนว่ามีความแตกต่างจากระดับปริญญาโทไหม และจะเริ่มต้นอย่างไร ทีมงาน EFL จะขอให้ข้อมูลโดยตอบคำถามที่ถามเข้ามามากที่สุดดังนี้ค่ะ
1. การเรียนปริญญาเอกใช้เวลาเรียนกี่ปี และมีค่าใช้จ่ายต่อปีเท่าไร
- สำหรับการเรียนปริญญาเอกในแต่ละประเทศ จะมีความแตกต่างกันในเรื่องของระยะเวลา ถ้าเลือกเรียนปริญญาเอกที่ประเทศอเมริกาจะใช้เวลาในการเรียน 5 ปี ประเทศออสเตรเลีย และอังกฤษ จะใช้เวลาเรียนประมาณ 3 ปี
- ค่าเล่าเรียนจะใกล้เคียงกับค่าเรียนในระดับปริญญาโท ซึ่งอยู่ประมาณ 600,000 บาท ต่อปี แต่ระยะเวลาเรียนจะนานกว่าดังที่ได้กล่าวในข้างต้น
2. ผู้สมัครต้องมีผลภาษาอังกฤษระดับเท่าไหร่
- ระดับภาษาอังกฤษที่ใช้ในการสมัครเรียนจะเหมือนกันกับการสมัครเรียนปริญญาโท คือ IELTS = 6.5 แต่ละ sub score จะต้องไม่ต่ำกว่า 6.0 และมี TOEFL = 577 หรือ TOEFL iBT = 90-91 หรือ TOEFL CBT = 233
3. เอกสารในการสมัครมีอะไรบ้าง เอกสารที่ใช้ในการสมัครปริญญาเอก มีดังนี้ค่ะ
4. การเลือกมหาวิทยาลัยใน การเรียนต่อปริญญาเอก
- การเรียนปริญญาเอกแตกต่างจากการเรียนปริญญาโทตรงที่ หลักสูตรเป็นการทำวิจัยด้วยตัวเอง โดยมี Supervisor เป็นผู้ชี้นำ นักศึกษาปริญญาเอกจะมีออฟฟิศเป็นของตัวเองสำหรับการทำวิจัย แต่ไม่ห้องเรียนให้เข้าเรียนเหมือนกับการเรียนปริญญาโท
- การสมัครเรียนในแต่ละมหาวิทยาลัย ผู้สมัครไม่สามารถยื่นใบสมัครตรงเข้ามหาวิทยาลัยได้เหมือนปริญญาโท จะต้องมีการติดต่อที่คณะของมหาวิทยาลัยที่เราสนใจที่จะทำวิจัย หลังจากติดต่อเข้าไปที่คณะนั้นแล้ว จะต้องดูว่ามหาวิทยานั้นมี Professor ที่มีความสนใจในหัวข้อของเรา และยินดีที่จะเป็น Supervisor ให้กับเรา จากนั้น จึงทำการกรอกใบสมัครและยื่นอย่างเป็นทางการ
- การเลือกมหาวิทยาลัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเราเพียงคนเดียว แต่ขึ้นอยู่กับหัวข้อในการทำวิจัยของเราว่าจะมี Professor มาเป็น Supervisor ให้ไหม ถ้าหัวข้อการทำวิจัยไม่ตรงกับ Professor ของมหาวิทยาลัยนั้น ก็จะต้องหัวข้อวิจัย หรือเปลี่ยนมหาวิทยาลัยใหม่
5. Ph.D. แตกต่างจาก Doctorate degree อย่างไร
- Ph.D = Doctor of Philosophy ซึ่งเป็นปริญญาเอกแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นระบบการเรียนแบบทำวิจัยอย่างเดียว โดยผู้ที่ต้องการขอจบ จะต้องทำ Thesis ประมาณ 70,000 คำ และเปิดสอนในทุกๆ สาขา
- Doctorate degree เป็นปริญญาเอกที่มีส่วนของ Courswork หรือการเข้าเรียนในห้องเรียนบางส่วน ร่วมกับการทำวิจัย ผู้ที่เรียนจะต้องเข้าเรียนประมาณ 3-4 วิชา ซึ่งเป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับเทคนิคการทำวิจัย และ Thesis ประมาณ 50,000 คำ ณ ปัจจุบัน เปิดสอนเพียงบางสาขาเท่านั้น เช่น Doctor of Business Administration (DBA), Doctor of Social Work, Doctor of Education, Doctor of Juridical Science etc.
DBA จะเหมาะกับผู้ที่เรียนสายธุรกิจ (MBA) และต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก แต่ไม่เคยมีพื้นฐานของการทำวิจัย ท่านที่สนใจหรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมตัวเรียนปริญญาเอก สามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาได้ฟรี ที่ EFL
อ่านเพิ่มเติมบทความที่เกี่ยวเนื่อง
บทความแนะนำการเขียน Research Proposal
บทสรุปมหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรเลียที่สอน DBA
บทความแนะนำการเขียน Literature Review สำหรับผู้สมัครปริญญาเอก
|